ควันหลงการแข่งขัน

ระเบิดความมันส์! ศึกหมากล้อมลุยไถครั้งแรกในประเทศไทย

Smartheart VS Me-O ทีมใดกันจะเป็นผู้คว้าชัย

เรียกได้ว่าเป็นการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ของวงการหมากล้อมไทยเลยก็ว่าได้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มีการแข่งประเภท “ลุยไถ” เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งรายการนี้ได้รวบรวมเอานักหมากล้อมระดับท็อปของประเทศทั้งสิ้น 16 คน และนักกีฬาหญิงอีกฝ่ายละ 2 คน เพื่อมาชิงชัย ขับเคี่ยว ต่อสู้ และคว้าชัยชนะและร่วมสร้างประวัติศาสตร์ในครั้งนี้

ลุยไถคืออะไร?
        สำหรับคนที่เพิ่งได้ยินคำนี้ครั้งแรกก็อาจจะยังไม่เข้าใจว่าคืออะไร อธิบายอย่างง่ายๆ ก็คือ การแข่งขันประเภททีม ต่างฝ่ายต่างผลัดกันส่งผู้เล่นมาทีมละ 1 คน เพื่อต่อสู้กัน ฝ่ายที่ชนะก็จะใช้ผู้เล่นคนเดิมเล่นต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าทีมฝั่งตรงข้ามจะมีใครที่ชนะได้ และทีมใดที่สมาชิกแพ้หมดครบทุกคนก็จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เป็นการแข่งขันที่ต้องอาศัยการวางแผน ใช้กลยุทธ์ เพื่อให้ฝ่ายตนเองได้รับชัยชนะ มันจึงไม่ใช่แค่การแข่งขันธรรมดา หากแต่รวมถึงศักดิ์ศรีของทีม และแน่นอน ศักดิ์ศรีของตัวเองอีกด้วย

       หมากล้อมลุยไถเกิดขึ้นครั้งแรกในโลกเมื่อปี 1985 ที่รายการ Japan – Chinese Supercup เป็นการต่อสู้ระหว่างจีนและญี่ปุ่น มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และก็เป็นรายการเดียวกันนั่นเองที่ได้มีการสร้างประวัติศาสตร์ ศรัทธา และก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงเลยก็ว่าได้ เพราะในตอนนั้น เนี่ย เว่ยผิง 9 ดั้ง (Nie Weiping) ดั้ง สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้จากญี่ปุ่นได้ 11 คนรวด ตลอดระยะเวลาที่แข่งขันมากว่า 3 ปี ซึ่งในตอนนั้นหมากล้อมของจีนนั้นเรียกได้ว่าเป็นรองญี่ปุ่นอยู่หลายก้าว แต่ในการแข่งขันปีแรก เนี่ย เว่ยผิง สามารถเอาชนะได้ถึง 3 กระดานติดต่อกัน เป็นที่ฮือฮาไปทั่วประจีนเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าในตอนนั้นเขาได้กลายเป็นวีรบุรุษของประเทศ นำพาสายลมแห่งความหวัง ต่อลมหายใจและยังจุดเชื้อเพลิงกระแสความนิยมหมากล้อมให้แพร่สะพัดไปทั่วประเทศจีนมานับตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้

        ปัจจุบันการแข่งขันประเภทลุยไถนี้ก็ยังคงมีการจัดการแข่งขันอยู่นั่นก็คือรายการ Nongshim Cup (รวม 3 ประเทศ ญี่ปุ่น - จีน - เกาหลี)จัดต่อเนื่องมาแล้วกว่า 22 ปี และปีนี้ 2563 นี้ ประเทศไทยของเราก็เริ่มต้นประวัติศาสตร์การแข่งขันในตำนานแล้วเช่นกัน

Smartheart & Me-O Champion Cup 2020  
        ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยกับการแข่งขันประเภทลุยไถเช่นนี้ ซึ่งได้รับความสนับสนุนจาก บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งได้ให้ใช้ชื่อแบรนด์อาหารสุนัข Smartheartและแบรนด์อาหารแมว Me-Oเป็นชื่อทีมให้กับนักกีฬาทั้งสองฝ่ายได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ทั้งสองแบรนด์นั้นที่เป็นที่รู้จักและได้เห็นผ่านสื่อต่างๆ มาโดยตลอด ซึ่งจะช่วยสร้างความรู้สึกร่วมให้กับทั้งผู้เข้าแข่งขันและผู้ติดตามเชียร์ทั้งสองทีมได้เป็นอย่างดี 

        การแข่งขันในครั้งนี้ได้คัดเลือกนักกีฬาจากผู้ที่มีคะแนน GAT POINT[i] สูงที่สุดในประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 16 คน เข้าร่วมแข่งขันกัน โดยจะให้นักกีฬาที่มีคะแนนสูงที่สุด 2 อันดับแรก ซึ่งก็คือ พงศกานต์ ศรอารา และ วิชญ์ฤทธิ์ คฤหวาณิช เป็นแม่ทัพ และได้สิทธิ์ในการเลือกสมาชิกในทีมมาเข้าแข่งขันกัน ซึ่งในตอนแรกแม่ทัพของทั้งฝ่ายและเสี่ยงทายสีหมาก และสลับกันเลือกผู้เล่นที่ต้องการไปจนครบ

        ทางฝั่งวิชญ์ฤทธิ์นั้นมีกลยุทธ์ที่น่าสนใจ โดยการเลือกผู้เล่นที่ตัวเองนั้นรู้สึกกลัวหรือแพ้ทางเพื่อตัดคู่ต่อสู้ที่ตนเองไม่อยากเจอออกไปก่อน ส่วนทางฝั่งพงศกานต์นั้นร่วมกันปรึกษากับคุณพ่อ และได้เลือกสมาชิกจากผู้เล่นที่มีความเสถียรเรื่องฝีมือและผลงานการแข่งขันมาเป็นลำดับแรก ซึ่งถือว่าเป็นแนวความคิดขั้วตรงข้ามกันเลยทีเดียว แต่กติกาการแข่งขันยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ทั้งสองทีมยังต้องเชิญนักหมากล้อมหญิงมาเข้าทีมด้วยอีก 1 คน ซึ่งทางวิชฤทธิ์ก็ได้เลือก ณัฏฐนิช จันทโรจวงศ์ เพื่อนร่วมทีมที่ร่วมทีมที่คว้ารางวัลกีฬามหาวิทยาลัยด้วยกันมา ส่วนทางพงศกานต์ก็ได้เลือก ภิญญาดา ศรอารา พี่สาวแท้ๆ ของตัวเอง เข้าร่วมทีม ซึ่งนักกีฬาหญิงทั้งสองคนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นนักหมากล้อมหญิงระดับ 4 ดั้ง ที่มีฝีมือและผลงานอยู่ในระดับแนวหน้าของบรรดานักหมากล้อมหญิงตอนนี้เลยก็ว่าได้

เปิดศึกกระดานแรก การต่อสู้ของสองนักหมากล้อมหญิง
      
เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่นักหมากล้อมหญิงที่ได้รับเชิญ คู่เปิดกระดานจึงเป็นการแข่งขันของ ณัฏฐนิช จันทโรจวงศ์ 4 ดั้ง ถือหมากดำ และ ภิญญาดา ศรอารา 4 ดั้ง ถือหมากขาว ดีกรีของทั้งสองคนนี้เรียกได้ว่ากินกันแทบไม่ลง คนหนึ่งดีกรีเหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัยปีล่าสุด ส่วนอีกก็ได้รางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมจาก กกท. เกมการแข่งขันนั้นเป็นไปอย่างสูสีคู่คี่ สลับกันขึ้นนำไปมาอย่างน่าลุ้น ในช่วงท้ายเกมณัฏฐนิชก็ออกตัวขึ้นนำมาได้ แต่ก็พลาดเสียท่าถูกภิญญาดาใช้หมากปิดเกมที่ดีกว่า เบียดเอาชนะไปได้ 2.5 แต้ม คว้าชัยชนะแรกให้กับทีมได้สำเร็จ

พิชิต 4 เกมติดไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

       Smartheart ได้ฤกษ์ส่งตัวนักกีฬาชายคนแรกของทีมมาลงแข่ง โดยการส่ง ณัฐวัชร์ พ่อค้า 4 ดั้ง ครูสอนหมากล้อมและนักหมากล้อมที่คว้าแชมป์มาแล้วหลายรายการ และยังเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติอีกด้วย เรียกได้ว่าถ้าฟอร์มเข้ามือก็สามารถเอาชนะ 5 ดั้ง 6 ดั้ง ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่ดูเหมือนเกมนี้ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เปิดกระดานมาทางฝ่ายของภิญญาดาชิงความได้เปรียบตั้งแต่ต้นเกม เนื่องจากณัฐวัชร์ต่อสู้ออกมาแล้วผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ไม่ถือว่าเพลี่ยงพล้ำจนเล่นกันไม่ได้ แต่แล้วภิญญาดาอ่านหมากพลาด ไม่ได้เชื่อมหมากเพื่อรักษาแผลตัด และเลือกที่จะเดินกดดันและจับกินแทน ณัฐวัชร์นั้นไม่ปล่อยให้จุดอ่อนหลุดรอดสายตาไปได้ สุดท้ายภิญญาดาไม่สามารถสร้างแต้มได้ทัน จึงยอมแพ้ไปในที่สุด

        คราวนี้ทาง Me-O ต้องส่งนักกีฬาออกมารับมือกับณัฐวัชร์อีกคน เลือกให้ พงษ์เมธ วิโรจน์ธรรม 4 ดั้ง นักกีฬาเยาวชนแห่งนนทบุรี และครูสอนหมากล้อมสำนัก Go Family อดีต 1 ดั้งที่อายุน้อยที่สุด เมื่อก่อนนั้นในรุ่นเยาวชน เรียกได้ว่าไร้คู่เปรียบเทียบกันเลยทีเดียว เกมนี้เรียกได้ว่าณัฐวัชร์คุมความได้เปรียบตั้งแต่จนจบเกม แม้จะมีจุดพลิกเกมได้ได้ แต่อาจด้วยความที่ร้างสนามไปนาน ทำให้มองไม่เห็นจุดชี้ขาดไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้ทางหมากเป็นของณัฐวัชร์ไปทั้งหมด และเก็บชัยชนะครั้งที่ 2 ไปอย่างงดงามด้วยคะแนนห่าง 8.5 แต้มส่งผลให้ตอนนี้Smartheart ออกตัวนำไปก่อนในสัปดาห์แรก

        หลังจากพักการแข่งขันไปเนื่องจากมีศึกใหญ่อย่าง Thailand Open รอบนี้Me-Oต้องหาทางกลับมาชิงความได้เปรียบแล้ว รอบนี้Me-O ส่ง พีรพัฒน์ เพิ่งสุวรรณเจริญ 4 ดั้ง นักกีฬาดีกรีรางวัลหมากล้อมมหาวิทยาลัย (U-GO) ลงมาเพื่อหวังเบรกณัฐวัชร์ที่ทำผลงานได้ดีในสัปดาห์เปิดตัว แต่ก็ดูเหมือนจะไม่สามารถหยุดความร้อนแรงของเขาได้เลย ด้วยการเลือกกลยุทธ์ดำเนินเกมที่ผิดพลาด ไม่สามารถทำตามแผนที่วางไว้แต่แรกได้ จึงเสียท่าไปอีกคน ไม่อาจเบรกสถิติของณัฐวัชร์ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ทำให้Smartheartยังคงความได้เปรียบ และข่มขวัญคู่ต่อสู้ด้วยชัยชนะต่อเนื่องสูงสุด 3 กระดานไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง

        สถานการณ์ของฝั่งMe-O นั้นไม่สู้ดีนัก ในขณะที่ฝั่งSmartheart ยังคงใช้ณัฐวัชร์มือเดียวบุกตะลุยไล่เก็บผู้เล่นของMe-O คนแล้วคนเล่า รอบนี้จึงมีความสำคัญกับทีม Me-O เป็นอย่างมาก เพราะตัวเลือกเริ่มเหลือน้อยลงไปทุกทีๆ ครั้งนี้เลยถือว่าเป็น big surprise ของทีมเลยก็ว่าได้ โดยการส่ง ฤทธิ เบญจฤทธิ์ 6 ดั้ง คนแรกของประเทศไทย หวังใช้ความเก๋าแบรกฝั่งตรงข้ามให้ได้ แต่น่าเสียดายที่การเล่นแลกเปลี่ยนบริเวณมุม (โจเซกิ) ของฤทธินั้นผิดพลาด ทำให้เกมค่อนข้างเข้าทางณัฐวัชร์ตั้งแต่ต้น ฝั่งขาวนั้น AI บอกว่าคะแนน win rate นำอย่างท่วมท้นกว่า 80% และด้วยความที่เสียเปรียบมาตั้งแต่ต้นทำให้พลิกเกมกลับมาได้ยาก แม้จะพยายามเดินหมากทุ่มสุดตัว all in เข้าไปเพื่อหวังเปลี่ยนสถานการณ์ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถฝืนต่อไปได้ มีกลุ่มหมากตายถึงสองกลุ่มทำให้ต้องยอมแพ้ไป ตอนนี้ณัฐวัชร์สามารถเก็บผู้เล่นจาก Me-O ไปได้ถึง 4 คน เรียกได้ว่าฟอร์มเข้าฝักสุดๆ ยากที่ใครจะหยุดเขาได้อีกต่อไปแล้ว

การต่อสู้ของเหล่า 5 ดั้ง

       ความร้อนแรงของณัฐวัชร์ทำให้ทีมMe-O นั้นเข้าตาจนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตอนนี้ต้องส่ง ธนพล เตียวัฒนานนท์ 5 ดั้ง เจ้าของสถานบันใหม่ป้ายแดง Kru P'Nod Go Academy อดีตแชมป์หมากล้อมจีนโลก แถมยังเป็นดั้งระดับประถมคนแรกของประเทศอีกด้วย และดูเหมือนว่าคราวนี้จะเป็นฝ่าย Me-O ที่ยิ้มออกเสียที เพราะธนพลโชว์ฟอร์มเทพ เอาชนะณัฐวัชร์ไปได้แบบที่ win rate ไม่มีเปลี่ยนไปทางฝั่งของณัฐวัชร์เลยแม้แต่เม็ดเดียว จบเกมเอาชนะไปได้ด้วยคะแนน 3.5 แต้ม หยุดสถิติชนะรวด 4 กระดานของณัฐวัชร์ได้สำเร็จ เรียกได้ว่าทำเอาทีมหายใจไม่ทั่วท้องกันเลยทีเดียว

        ในที่สุดผู้เล่นคนต่อไปของ Smartheart ก็ได้ลงสนามเสียทีหลังจากปล่อยให้ณัฐวัชร์อาละวาดอยู่นาน รอบนี้ส่ง โอฬาร โรจนะบุรานนท์ 5 ดั้ง นักกีฬาเจ้าของเหรียญทองกีฬาแห่งชาติ เหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัย รวมไปถึงแชมป์หมากล้อมอุดมศึกษา (U-GO) เข้าแข่ง เกมนี้ถือเป็นเกมที่ใช้เวลานานที่สุดของการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้เลยทีเดียว ทั้งสองฝ่ายใช้เวลาไปถึง 3 ชั่วโมง 47 นาที (ในการแข่งขันครั้งนี้จะมีเวลาหลักให้ฝ่ายละ 1 ชั่วโมง 15 นาที ถ้าหากหมดแล้ว จะเข้าสู่ช่วงเบียวโยมิ ตาละ 30 วินาที ถ้าหมดเวลา 30 วินาที ครบ 3 ครั้ง จะถูกปรับแพ้ทันที)

        ด้วยความที่ห่างจากการแข่งขันไปนาน ทำให้กระดานนี้โอฬารใช้เวลาในการวางกลยุทธ์ไปพอสมควร ในเกมก็ถูกกดดันจากฝ่ายตรงข้าม เรียกได้ว่าหมากดำค่อนข้างเสียเปรียบกว่ามากทีเดียว แต่แล้วก็เกิดจังหวะพลาดขึ้นมา โดยที่ธนพลเลือกที่จะฝืนฆ่ากลุ่มหมากของโอฬารด้วยโคะ ทั้งๆ ที่แค่เพียงเดินหมากอย่างมั่นคงและปลอดภัย รักษาสภาพความได้เปรียบไว้จนจบกระดานก็เพียงพอแล้ว หากแต่เลือกที่จะตัดไม้ข่มนามด้วยการจับกินกลุ่มหมากทั้งหมด แต่สุดท้ายหมากดำรอดออกไปได้ และยังจับกินหมากขาวแถมมาได้อีกด้วย ทำให้โอฬารพลิกกลับมาชนะได้ในที่สุด      

        กระดานต่อไปเรียกได้ว่าเป็นเกมของเพื่อนร่วมสถาบันโคจรมาเจอกัน รอบนี้ Me-O ส่ง ธีระ รุ่งเรืองทวีพงศ์ 5 ดั้ง เพื่อนแก๊งเดียวกัน ที่ร่วมคว้ารางวัลด้วยกันมายาวนาน เรียกได้ว่ารู้มือกันดี ที่สำคัญคือสองคนนี้ยังสอบ 5 ดั้งผ่านพร้อมกันอีกด้วย ด้วยความที่ระดับฝีมือใกล้เคียงกัน ช่วงต้นเกมจึงเป็นไปอย่างสูสี แต่ในช่วงก่อนจะเข้าสู่กลางเกมธีระก็แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำในรายละเอียด แต่ละตาที่เดินนั้นล้วนเป็นหมากที่ AI แนะนำทั้งสิ้น และสามารถครองความได้เปรียบจนเอาชนะไปได้ด้วยคะแนนท่วมท้นถึง 17.5 แต้มเลยทีเดียว

        คราวนี้Smartheartส่ง ณัฐกฤษณ์ เตชะอำนวยวิทย์ 5 ดั้ง ตบเท้าเข้าสู่สนามแข่ง ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่านี่คือผู้เล่นที่ห่างหายจากการแข่งขันมานานที่สุดแล้วในรายการนี้ แต่ถึงอย่างนั้นผลงานที่เคยทำไว้ก็ยังคงเป็นที่น่าจดจำ ด้วยการเป็น “ราชันย์หมากล้อม” คนแรกในประเทศไทย และแทบจะกล่าวได้ว่า เป็นนักหมากล้อมที่เก่งที่สุดในประเทศไทยในเวลานั้นเลยก็ว่าได้ แต่เนื่องจากในช่วงนี้วงการหมากล้อมเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก โดยเฉพาะรูปแบบการเล่นใหม่ๆ จากยุคสมัยของ AI ทำให้ช่วงเปิดเกมนั้นณัฐกฤษณ์ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ทำให้เกมเสียเปรียบ แต่ด้วยความเก๋าและประสบการณ์ทำให้เขาอดทนรอ และในที่สุดธีระก็เป็นฝ่ายพลาดท่า กลุ่มหมากดำในวงล้อมของหมากขาวที่คนดูหรือแม้กระทั่งผู้บรรยายเกมต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีทางรอดได้แน่ๆ สุดท้ายกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ทำให้ธีระต้องโยนหมากยอมแพ้ไปในที่สุด
      
ตอนนี้สถานการณ์ของทางฝั่งMe-O นั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นวิกฤติ เพราะเหลือสมาชิกในทีมเพียงแค่ 3 เท่านั้น คือ กมล สันติพจนา, กฤษฏิ์ แจ่มขจรเกียรติ (รองหัวหน้าทีม) และ พงศกานต์ ศรอารา (หัวหน้าทีม) ซึ่งในครั้งนี้ทางทีมตัดสินใจส่งรองหัวหน้าทีมอย่าง กฤษฏิ์ แจ่มขจรเกียรติ 5 ดั้ง ลงมากู้สถานการณ์ ซึ่งถ้าหากพูดถึงเขาคนนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีคะแนน GAT POINT เยอะที่สุดก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ระบบการคิดคะแนนในปัจจุบัน การต่อสู้รอบนี้เรียกได้ว่าเป็นการต่อสู้ของนักหมากล้อมที่เก่งที่สุดในแต่ละยุค อีกทั้งยังเป็นเกมที่น่าสนใจ คือทั้งสองคนเลือกที่จะใช้สูตรมุมแบบเก่าก่อนที่จะเป็นสูตรมุมแบบ AI ในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นกระดานที่ old school ที่สุดแล้วก็ว่าได้

        หมากของณัฐกฤษณ์ AI คำนวณออกมาว่ามี win rate ที่ดีมาตลอด เพราะมีพื้นที่ในครอบครองแบบชัวร์ๆ เป็นจำนวนมาก ส่วนกฤษฏิ์นั้นเล่นหมากเพื่อหวังสร้างกรอบอิทธิพลขนาดใหญ่ๆ ค่อยๆ รอเวลา สะสมกำลัง เมื่อเวลาเหมาะสม ก็สามารถสร้างบ้านขนาดใหญ่บนกระดานได้สำเร็จ แต่แล้วพอเริ่มเข้าสู่ช่วงเบียวโยมิ ที่ทุกอย่างบีบคั้นให้ต้องคิดอย่างรวดเร็วก็ทำให้กฤษฏิ์เริ่มรวน ทำให้ณัฐกฤษณ์พลิกแซงกลับขึ้นมาเฉือนเอาชนะไปได้ในตอนท้ายเก

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ
        รองแม่ทัพที่ตั้งใจส่งลงมาเพื่อตัดเกมฝ่ายตรงข้ามกลายเป็นพลาดท่าเพลี่ยงพล้ำไปเสียแล้ว ทำให้ตอนนี้ทางMe-Oเข้าใกล้ปากเหวมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเหลือผู้เล่นอยู่แค่ 2 คนเท่านั้น ทำให้ภาระอันหนักอึ้งนี้ตกอยู่กับ กมล สันติพจนา 5 ดั้ง เป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากพ่ายแพ้ในรอบนี้ ก็จะเหลือเพียงแค่หัวหน้าทีมคนเดียว เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้คือชนะเท่านั้น

        กมลนั้นเรียกได้ว่าเป็นนักหมากล้อมที่ยืนอยู่บนสังเวียนนี้มาอย่างยาวนาน ยืนระยะ และมีผลงานที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย เป็นแชมป์หลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นรายการ Coke Go championship, ราชันย์หมากล้อม รวมไปถึงหัวหน้าทีมที่พาทีมคว้าชัยในรายการลีคหมากล้อมอีกด้วย นอกจากนี้เขายังได้รับฉายาว่า “คลังโจเซกิเดินได้” เนื่องจากเป็นเจ้าของสถานหมากล้อมออนไลน์ smart go online ทำให้ต้องคอยอัปเดตความรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ในกระดานนี้ก็เช่นเดียวกัน เขาสามารถเปิดเกมและรักษาสมดุลของเกมไว้ได้ค่อนข้างดี ยึดพื้นที่บริเวณมุมได้ถึง 3 มุม และเล่นอย่างรัดกุมมาก จังหวะไหนปล่อยได้ก็ปล่อย เน้นครองสถานะความได้เปรียบเอาไว้ให้ได้จนจบเกม และสามารถเอาชนะไปได้ 2.5 แต้ม ต่อชีวิตของทีมไปได้อีก 1 รอบ

        แม้จะโค่นผู้เล่นของสมาร์ทไปได้ แต่ตอนนี้ก็ยังถือว่า Me-O นั้นเป็นรองอยู่มากทีเดียว ในรอบนี้ก็ได้ใช่ไพ่ตาย ส่งรองหัวหน้าทีมอย่าง วรวัฒน์ ธนพัฒน์โสภณ 5 ดั้ง เจ้าของสถาบัน GO WISE และเป็นอีกคนที่ได้รางวัลราชันย์หมากล้อมเช่นเดียวกัน สองคนนี้เรียกได้ว่าคู่คี่และอยู่ในวงการมานานเหมือนกัน ทั้งคู่มีความรู้ด้านภาษา วรวัฒน์นั้นไปทางเกาหลี ส่วนกมลนั้นไปทางจีน เรียกได้ว่าซึมซับหมากล้อมของสองประเทศกันทั้งคู่ กระดานนี้หัวหน้าทีมSmartheart อย่าง วิชญ์ฤทธิ์ คฤหวาณิช มาดูเกมติดขอบสนามกันเลยทีเดียว

        เปิดเกมหมากดำของวรวัฒน์ได้เปรียบเป็นอย่างมาก ทางฝั่งของกมลต้องเล่นด้วยความอึดอัดตลอดเวลา เพราะแทบจะไม่มีแต้มเลย หมากดำครองความได้เปรียบมาจนเกือบท้ายกระดาน แต่สุดท้ายวรวัฒน์เหมือนมีความคิดชั่ววูบที่อยากจะจับกิน ซึ่งในความเป็นจริงเพียงปล่อยให้หมากขาวรอดแล้วแย่งชิงพื้นที่ไปก็สามารถชนะได้แล้ว แต่เนื่องจากมองว่าสามารถฆ่าได้ จึงเลือกวิธีจบเกมแบบไม่ต้องนับแต้ม แต่หมากขาวสามารถรอดออกไปได้ และยังทำลายพื้นที่ของหมากดำไปได้หมด และในช่วงปิดเกมนั้นเป็นช่วงที่กมลเชี่ยวชาญ สามารถแย่งชิงจังหวะไปได้มากกว่า ทำให้พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะได้ 3.5 แต้ม คว้าชัยชนะไปได้ 2 กระดานติดต่อกันไปในที่สุด

        ความพ่ายแพ้ของรองหัวหน้าทีมเรียกได้ว่าทำให้Smartheart เจ็บปวดไปอย่างมาก เพราะต้องค่าเสียหายที่จ่ายไปนั้นเรียกได้ว่าขาดทุนเต็มๆ รอบต่อไปจึงส่ง ภูริพัฒน์ สันติสิริกุล 4 ดั้ง ที่คว้ารางวัลกีฬานักเรียนมาอย่างมากมาย ในกระดานนี้ภูริพัฒน์ได้ทุ่มเวลาในช่วงเปิดเกมไปอย่างมากเพื่อสร้างรูปเกมที่ดีที่สุด แต่พอเข้าสู่ช่วงเบียวโยมินับเวลาเป็นวินาที ที่ไม่สามารถละเลียดใช้เวลาได้เต็มที่ ทำให้โครงสร้างหมากที่วางเอาไว้นั้นไม่สามารถสร้างได้สำเร็จ ถูกกมลไล่โจมตี พังโครงสร้างจนบ้านแตก ถูกทะลวงยับจนต้องโยนหมากยอมแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย

        กระดานต่อไปก็เป็นที่น่าสนใจอีกเช่นกัน เพราะกระดานนี้มือต่อไปที่ลงมาแข่งคือ ไพศาล ธัญธาดาลักษณ์ 4 ดั้ง ยอดฝีมือแห่งนครราชสีมา ที่เป็นอาจารย์ของพงศกานต์ แต่ติดที่ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ทีมเดียวกันเสียอย่างนั้น ไพศาลนั้นทำผลงานได้ดีในการแข่งขัน Thailand Open ที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนสไตล์เป็นการเล่นที่รุกหนักมากขึ้น ดุดันขึ้น ในกระดานนี้มีจุดที่น่าเสียวไส้สำหรับกมลอยู่ แต่ก็ยังคงอาศัยความเก๋า และสงบนิ่ง สามารถจัดการภัยคุกคามต่างๆ จนหมากขาวไม่สามารถฝ่าทำลายความแข็งแกร่งหมากดำ และไม่สามารถสกัดกั้นสถิติชนะรวด 4 กระดานติดของกมลได้สำเร็จ

        ดูเหมือนว่าตอนนี้กมลกำลังฟอร์มแรงจัดๆ ฝั่ง Smartheart จึงส่ง ปริวรรต สำเภาแก้ว 5 ดั้ง เจ้าสำนักหมากล้อม GO SQUAREแห่งย่านนนทบุรีลงมาเพื่อหวังหยุดสถิติของกมลให้ได้ สไตล์หมากของปริวรรตนั้นเรียกได้เป็นสไตล์หมากที่วิชญ์ฤทธิ์หัวหน้าทีมรวมไปถึงกมลผู้เล่นคนสำคัญของฝั่งตรงข้ามไม่อยากเล่นด้วยมากที่สุด เพราะเป็นผู้เล่นที่เดินหมากแลกเปลี่ยนแล้วไม่ค่อยเสียเปรียบใครเท่าไหร่ และยังมีไม้เด็ดช่วงท้ายกระดานที่เก่งกาจแม่นยำ แต่กระดานนี้ก็ดูเหมือนหมากของปริวรรตจะมีจังหวะการแลกเปลี่ยนที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ทำให้เกิดรอยแผล กลายเป็นเกมที่ยากของปริวรรตแทน กระดานนี้จึงจบลงด้วยจำนวนหมากน้อยที่สุดของการแข่งขัน ทำให้กมลทำลายสถิติชนะรวด 4 กระดานของณัฐวัชร์ไป ตอนนี้ฝั่ง Smartheart ต้องปล่อยแม่ทัพอย่างวิชญ์ฤทธิ์เข้าสู่สนามก่อนแล้ว

มาเพื่อเป็นแชมป์
      
ใครที่ได้รู้จักหรือเคยได้ฟังวิชญ์ฤทธิ์ให้สัมภาษณ์มาบ้าง คงจะรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้นั้นมีความรัก หลงใหล และมุ่งมั่น ทุ่มเทให้กับหมากล้อมอย่างเต็มที่ ไม่เพียงแต่โฟกัสกับการซ้อมของตัวเอง แต่เขายังคำนึงถึงภาพรวมของทีมด้วย แม่ทัพหนุ่มคนนี้วางกลยุทธ์ให้กับทีมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกส่งสมาชิกทีมลงแข่ง เก็บข้อมูลของคู่ต้อสู้เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ รวมไปถึงการปรับสภาพจิตใจของทีมเพื่อให้พร้อมต่อการแข่งขันนัดต่อๆ ไปอยู่เสมอ

        ก่อนที่จะลงแข่ง วิชญ์ฤทธิ์ คฤหวาณิช 6 ดั้ง เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี อุทิศเวลาทั้งสัปดาห์ไปกับการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง เปิดเกมมาก็ชิงความได้เปรียบเอาไว้ได้แต่แรก แต่กมลเองก็ไม่ยอมง่ายๆ เพราะถ้าหากกระดานนี้เขาเอาชนะได้ ก็จะจบการแข่งขันและสร้างสถิติเอาชนะต่อเนื่อง 6 กระดานรวดได้เลยเช่นเดียวกัน แต่ศักดิ์ศรีของแม่ทัพนั้นก็ค้ำคอ วิชญ์ฤทธิ์พยายามเดินหมากเพื่อไม่ให้ฝั่งตรงข้ามมีแต้ม และได้ใช้กลยุทธ์สละหมากบางส่วนเพื่อลดกรอบอิทธิพลขนาดใหญ่จากด้านนอกมาเรื่อยๆ จนกลับมาขึ้นนำ อีกทั้งยังสามารถตัดกินหมากขาวได้ด้วย จนสามารถไล่บี้ขึ้นมาเอาชนะไปได้ 6.5 แต้ม หยุดสถิติชนะของกมล เพื่อเปิดทางไปสู่การต่อสู้รอบตัดสินกับแม่ทัพของฝั่งตรงข้าม

        ในที่สุดกระดานนี้ก็เกิดขึ้นจนได้ รอบชิงชนะเลิศที่หลายๆ คนต่างก็อยากเห็น พงศกานต์ ศรอารา 5 ดั้ง เจ้าหนูมหัศจรรย์ผู้ที่มีพรสวรรค์อันเป็นเลิศ บวกกับพรแสวงที่น่านับถือ ส่งผลให้เด็กคนนี้ขึ้นมายืนอยู่แถวหน้าของวงการหมากล้อมได้อย่างรวดเร็วและยืนระยะจนถึงตอนนี้ ทั้งคู่เรียกได้ว่าสูสีคู่คี่ ได้แข่งขันกันในรายการใหญ่ๆ มาแล้วหลายครั้ง และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เราจะได้เห็นกระดานที่ดุเดือดอย่างแน่นอน

        สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้วิชญ์ฤทธิ์นั้นได้เตรียมความพร้อมก่อนแข่งขันกับพงศกานต์ไว้ล่วงหน้า ศึกษาคู่แข่งมาอย่างดี กระดานนี้พงศกานต์ถือหมากดำ ส่วนวิชญ์ฤทธิ์ถือหมากขาว พงศกานต์นั้นชื่นชอบการเล่นหมากชวนต่อสู้ และมีพลังในการอ่านหมากที่สูงมาก เนื่องจากในแต่ละวันเขาทำโจทย์เป็นร้อยข้อ ซึ่งวิชญ์ฤทธิ์เองก็ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี และจะไม่เล่นในเกมที่ตัวเองเสียเปรียบอย่างเด็ดขาด เขาจึงเดินหมากเพื่อเลี่ยงการปะทะ หากเปรียบเป็นการต่อสู้ในหนังกำลังภายในก็คือ พงศกานต์พยายามชวนสู้ รุกอย่างรุนแรงเท่าไหร่ ฝ่ายวิชฤทธิ์ก็ทำเพียงแค่ปัดออกเท่านั้น ไม่ตอบโต้ ไม่สู้ด้วย ทำให้พงศกานต์นั้นไม่สามารถใช้ความสามารถหรือออกอาวุธที่จะเข้าทำได้เลย กระดานนี้จึงเป็นกระดานที่น่าอึดอัดสำหรับเจ้าหนูมหัศจรรย์เป็นอย่างมาก สุดท้ายวิชฤทธิ์ก็ดำเนินนโยบายหลบเลี่ยงความรุนแรงด้วยความสงบนิ่งได้สำเร็จ และเอาชนะได้อย่างหมดจดงดงามและพาทีมของตนเองคว้าแชมป์เอาชนะได้ในที่สุด

        หมากกระดานนี้รวมถึงกลยุทธ์ที่แม่ทัพทีมแชมป์เลือกใช้นั้นน่ายกย่องและควรศึกษาไว้เป็นเยี่ยงอย่าง หากเปรียบทัวร์นาเมนต์นี้เป็นหมากล้อม เขาก็ถือว่าเป็นแม่ทัพที่คอยดำเนินกลยุทธ์อยู่เบื้องหลัง การแข่งขันครั้งนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่การเลือกผู้เล่น การส่งผู้เล่นลงแข่งขัน และปิดท้ายความพยายามอย่างหนักในการเตรียมตัวเข้าชิงชัย และผลตอบแทนของทั้งทีมก็คือการครองชัยชนะร่วมกัน เป็นทีมที่ยอดเยี่ยม ต่างคนต่างสู้เพื่อตัวเองและทีม เข้าเส้นชัยไปด้วยกันอย่างสมศักดิ์ศรีและสง่างาม

       ในปีหน้า เราจะยังคงได้เห็นการแข่งขันอันแสนดุเดือดนี้ต่อไปอย่างแน่นอน เตรียมพบการรูปแบบกติกาการแข่งขันแบบใหม่ และอีกหนึ่งผู้สนับสนุนซึ่งก็คือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF)ที่จะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขันปีต่อไป และแน่นอนว่าจะมีเซอร์ไพรซ์ให้กับวงการหมากล้อมอย่างแน่นอน

        การแข่งขันจบลงแล้ว และถือได้ว่าเป็นรายการที่สำคัญ เพราะได้การสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักหมากล้อมทุกๆ คนที่ได้ติดตามมาตลอด มีหมากหลายๆ ตาที่ควรศึกษา ถอดบทเรียน นำไปปรับใช้ คบเพลิงแห่งความรุ่งโรจน์ได้ถูกจุดขึ้นแล้ว และจะส่องแสงออกไปอย่างยาวไกล และเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการหมากล้อมไทยอย่างแน่นอน

 

 



[i]คะแนนสะสมของนักกีฬาระดับดั้งที่จะได้รับทุกครั้งที่เข้าแข่งขัน เมื่อชนะจะได้แต้มเพิ่ม เมื่อแพ้แต้มจะลดลง และถ้าหากคะแนนสะสมถึงเกณฑ์ก็จะเลื่อนขึ้นระดับดั้งที่สูงขึ้นไป