แนวคิดจากกระดานหมากล้อมสู่การใช้ชีวิต

1. เป้าหมายสุดท้ายของหมากแต่ละกระดาน คือ เพื่อ “สร้าง” พื้นที่ให้ได้เยอะกว่าฝ่ายตรงข้าม การ “สร้าง” นี้จะต้องเกิดจากทัศนคติที่มาจากการป้องกัน และ พัฒนาตัวเอง ที่ส่งผลไปถึงความ “สงบ” หรือ “นิ่ง” ซึ่งตรงกันข้ามกับการ “ทำลาย” ทำให้ผู้เล่นหมากล้อมจะได้รับการฝึกฝนความอดทน รักสันติ และความก้าวหน้าโดยผ่านการพัฒนาตัวเอง – ผู้เล่นจะได้ความสงบนิ่ง

2. การเอาชนะในกระดานหมากล้อม จะมีส่วนของการมองภาพโดยรวมทั้งกระดานหรือมหภาค มากพอกับการมองภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ละส่วนในกระดาน เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายนั้น ๆ ดังนั้น ผู้เล่นจะได้ฝึกการจินตนาการของการมองภาพใหญ่ พร้อม ๆ ไปกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์  นั่นเป็นการพัฒนาสมองทั้งสองข้างไปพร้อมกัน – ผู้เล่นจะได้พลังของการจินตนาการและหลักตรรกะไปได้อย่างสอดคล้องกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย

3. บนการวางแผน และตัดสินใจจะเดินหมากแต่ละเม็ดเพื่อให้ได้มาซึ่งพื้นที่ที่มากกว่าอีกฝ่าย หลาย ๆ ปัจจัยต้องถูกประเมินเข้าไว้พร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเรื่องลมหายใจของหมาก ความแข็งแรงของกลุ่มหมาก พื้นที่ได้ด้าน อิทธิพล จังหวะของการรุกรับ ลักษณะหมาก มือนำ-มือตาม การเปรียบเทียบประสิทธิภาพหมาก และเรื่องอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นบนกระดานหมากล้อม นั่นจึงสอดคล้องกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่มีความซับซ้อน เมื่อเราจะวางแผนและตัดสินอะไรซักอย่างหนึ่ง จะหยุดคิดอย่างรอบคอบ ผ่านความลึกของข้อมูลที่มีรวมถึงผลกระทบนั้น ๆ – ผู้เล่นจะได้มีการวางแผนและตัดสินใจบนปัจจัยอันซับซ้อนที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตในโลกปัจจุบัน

4. สถานการณ์ต่าง ๆ บนกระดานหมากล้อม สามารถวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ณ เวลาปัจจุบัน และทำนายสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ ผู้เล่นจะต้องมองให้เห็นถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้มองจากความคิดเห็นส่วนตัว หรือความคาดหวัง หรืออารมณ์ หรือคิดไปเอง และจากการมองเห็นความเป็นจริงนั้น จึงจะสามารถมองเห็นอนาคตที่จะทำนายได้ – ผู้เล่นจะมองเห็นความจริงและมีวิสัยทัศน์ในการมองอนาคต

5. หมากล้อมเป็นเกมที่คนเล่นสองคนคุยกันด้วยมือ เมื่อเดินหมากถึงจุดหนึ่ง ฝ่ายที่เสียเปรียบอยู่จะพยายามสร้างโอกาสให้ตัวเองเพื่อพลิกสภาพนั้นกลับคืนมาให้ได้ โดยพยายามสร้างสถานการณ์ที่ซับซ้อนให้เกิดขึ้นบนกระดาน สำหรับฝ่ายที่ได้เปรียบอยู่ก็จะพยายามคุมสถานการณ์มิให้ตัวเองตกไปอยู่ในสถานการณ์ที่เพลี้ยงพล้ำได้ – ผู้เล่นจะประเมินสถานการณ์ตลอดเวลาโดยถือหลักรู้เขารู้เรา และพลิกแพลงไปตามสถานการณ์

6. การที่พื้นที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกทำลายลงไป ก็ไม่ได้หมายถึงการที่ฝ่ายนั้นจะพ่ายแพ้อย่างแน่นอน แต่เป็นเพียงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป แปรผันไปบนกระดานหมากล้อม ฝ่ายนั้นอาจจะรู้สึกมีอารมณ์ หรือเจ็บปวดจากการสูญเสีย แต่มันเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งเท่านั้น เมื่อเขามาทำลายพื้นที่ของเราได้ เราก็สามารถไปทำลายพื้นที่ของเขาได้ หรือแม้แต่เราก็สามารถยักย้ายพื้นที่ที่ถูกทำลาย ไปสร้างพื้นที่ที่อื่นบนกระดานได้เช่นกัน – ผู้เล่นจะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีสติ โดยไม่ใช่อารมณ์ ไม่มี “ตัวกู ของกู”

7. ผู้พ่ายแพ้บนกระดานหมากล้อม จะบ่นเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า “อ้าว เดินผิด” นั่นหมายความว่า ไม่มีนักหมากล้อมคนใดชี้นิ้วไปที่คนอื่นที่เป็นสาเหตุเห็นการพ่ายแพ้เลย แต่กลับมองมาที่ตัวเองที่เป็นสาเหตุแห่งการพ่ายแพ้นั้น ในทางกลับกัน เมื่อผู้ใดชนะบนกระดานหมากล้อม ก็ไม่เคยบอกกับตัวเองเลยว่ามีหมากเม็ดใดที่ทำให้ตัวเองชนะ แต่กลับมองว่าเป็นหมากที่จำเป็นต้องเดินทุกเม็ด และกลับมองไปฝ่ายที่แพ้ว่า โชคดีที่อีกฝ่ายเดินหมากผิดพลาดเม็ดนี้ทำให้เรามีโอกาสชนะ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการยอมรับในตัวเอง ยอมรับในผู้อื่น ปรับปรุงแก้ไข และการพัฒนาตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด – ผู้เล่นจะยอมรับความพ่ายแพ้ และเรียนรู้ เป็นบันไดสู่การพัฒนาตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

8. หมากล้อมหนึ่งกระดาน จะใช้เวลาเล่นโดยเฉลี่ยประมาณ 2 ชั่วโมง โดยทั้งสองฝ่ายจะเดินหมากโดยเฉลี่ยประมาณ 120 เม็ด เมื่อสองฝ่ายเดินหมากได้อย่างถูกต้องที่สุดทุกเม็ด หมากกระดานนั้นจะเป็นศิลปะขั้นสูงที่ไม่ได้แตกต่างไปจากศิลปะในรูปแบบอื่น ๆ ที่มีความงดงาม ความปราณีตบรรจง โดยเกิดจากการสร้างสรรค์ของคนสองคน ผลแพ้ชนะนั้นอาจไม่สำคัญเท่ากับความภาคภูมิใจที่ได้สร้างสรรค์ผลงาน – ผู้เล่นได้รับการกล่อมเกลาจิตใจไปสู่ระดับที่เหนือกว่าการแพ้ชนะ